เราไม่ควรก้าวก่ายเรื่องการใช้จ่ายของคนอื่น หากการหาและการใช้ทรัพย์ของเขา ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาจะใช้เงินเพื่อทำบุญ ยิ่งไม่ควรห้าม
เพื่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอไปเบิกเงินสดจากธนาคารแล้วซื้อเป็นแคชเชียร์เช็คเพื่อนำไปทำบุญ
ปรากฏว่าพนักงานธนาคารทำท่าไม่ค่อยเห็นด้วยว่า ทำไมต้องทำบุญมากเป็นหลักแสน
ซึ่งฉันฟังแล้วก็แปลกใจว่า
เหตุใดพนักงานธนาคารท่านนั้นจึงต้องแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจทำบุญของลูกค้า
เพราะเงินที่เบิกไปก็เป็นเงินของลูกค้า
ไม่ใช่เงินของธนาคารหรือเงินของพนักงานแบงค์ แล้วก็เป็นเงินฝาก ไม่ใช่เงินกู้
จะว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารเป็นห่วง
กลัวเงินของลูกค้าหมด ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะการเบิกเงินจำนวนนี้
ไม่ได้ทำให้เจ้าของเงินเดือดร้อน เธอยังมีเงินเหลือในบัญชีอีกมาก
แล้วดอกเบี้ยเงินฝากสมัยนี้ก็น้อยเหลือเกิน เก็บไว้ในธนาคารก็ได้ดอกผลไม่เท่าไหร่
แล้วอีกอย่างหนึ่ง
พอพนักงานธนาคารเห็นใครมีเงินฝากมาก ๆ
ก็มักชอบชวนซื้อประกันกับธนาคารด้วยจำนวนเงินหลักแสนหลักล้าน โดยไม่ได้กลัวเงินฝากของลูกค้าจะหดหายไป
จึงคาดว่าพนักงานท่านนั้นไม่ได้ห่วงว่าเงินลูกค้าจะหมด
แต่เป็นการมองเรื่องการทำบุญตามกระแส ที่ถูกคนคิดลบโจมตีว่าคนทำบุญมาก ๆ
เป็นคนบ้าบุญ
ฉันเขียนเรื่องนี้
ไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารนะคะ เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า
เราควรเคารพสิทธิ์และการตัดสินใจของผู้อื่น
ไม่ควรไปตัดสินใจแทนใครว่า เขาควรใช้จ่ายทรัพย์ของเขาไปกับเรื่องใด
หรือไม่ควรจ่ายเรื่องอะไร เพราะแต่ละคนมีความสุขในการใช้จ่ายต่างกัน ใครชอบแบบไหน
ก็มักใช้เงินไปกับเรื่องนั้น
คนชอบเพชรก็หมดเงินไปกับเครื่องเพชร คนชอบรถก็ใช้เงินซื้อและแต่งรถ
คนชอบเที่ยวก็จ่ายเงินให้กับการท่องเที่ยว คนชอบแต่งตัวก็หมดเงินไปกับเสื้อผ้าเครื่องประดับ
คนชอบทำบุญก็ใช้เงินไปกับการทำบุญ
จะว่าไปแล้ว การใช้เงินทำบุญนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนมากกว่านำไปใช้อย่างอื่นซะอีก
อย่างเพื่อนรุ่นพี่ของฉันนำเงินไปทำบุญกับวัดที่เน้นการสอนและเผยแผ่ธรรมะ
วัดก็นำปัจจัยที่เธอถวายไปใช้ในการเผยแผ่ธรรมะและปลูกฝังศีลธรรมลงไปในใจของประชาชน
ทำให้มีคนดีเพิ่มมากขึ้น
หากคนในสังคมมีศีลธรรม
ประเทศก็จะสงบสุขร่มเย็น ไม่มีภัยจากโจรผู้ร้ายคุกคาม ซึ่งทำให้ทุกคนในสังคม รวมทั้งพนักงานธนาคารท่านนั้นได้รับประโยชน์ด้วย
ดังนั้น เราจึงไม่ควรห้ามใครทำบุญ ในทางตรงกันข้าม
เราควรจะสนับสนุนให้คนทำบุญด้วยซ้ำ
ใครศรัทธาที่ไหนก็ไปทำบุญที่นั่น
ใครชอบช่วยสาธารณประโยชน์ด้านไหนก็บริจาคด้านนั้น
แต่อย่าตัดสินและกล่าวหา คนที่เห็นต่างกับตนว่าเป็น
“ผู้เห็นผิด”
...
หากใครหาเงินมาอย่างสุจริต
และใช้ไปอย่างถูกศีลธรรม
เขาย่อมมีสิทธิ์ใช้ทำอะไรก็ได้
คนอื่นไม่ควรก้าวก่าย
เงินก็ของเขา ชีวิตก็ของเขา
แล้วจะหนักใจแทนเขาทำไม
#ไม่ควรก้าวก่ายการตัดสินใจของคนอื่น
#เงินของใครคนนั้นก็มีสิทธิ์ใช้
#ควรสนับสนุนให้คนทำบุญ
#คิดต่างไม่ใช่คิดผิด
#ข้อคิด #พัฒนาตนเอง #ความสุข
#ชุลีพรช่วงรังษี #OhLifeStory
ขอให้โชคดีและมีความสุขนะคะ
ชุลีพร ช่วงรังษี
Line : @OhLifeStory
Instagram
: Oh_Life_Story

พูดได้ดีค่ะ
ตอบลบทุกวันนี้ ความตระหนีครอบงำจิตใจคนมากขึ้น แม้ไม่ใช่เงินตัวเอง ยังเสียดายเงินแทนคนอื่นอีก แล้วชีวิตรอย่างนี้จะมีความสุขมั้ย.
ตอบลบโลกใบนี้...กับคนบางคน
ลบซื้อรองเท้า คู่ละ 4 พัน .... ไม่เสียดาย
ซื้อนาฬิกา เรือนละ 2 แสน .... ไม่เสียดาย
ซื้อรถยนต์ คันละ 3 ล้าน .... ไม่เสียดาย
ซื้อบ้าน หลังละ 20 ล้าน .... ไม่เสียดาย
ไปเที่ยวต่างประเทศ ครั้งละ 2 แสน .... ไม่เสียดาย
ไปงานแต่งงาน ใส่ซองครั้งละ 2 พัน .... ไม่เสียดาย
....แต่ทำบุญใส่ซอง 100 บาท .....เสียดาย !!
...ชีวิตเป็นของน้อย อย่า..ประมาทในการสั่งสมบุญ
ถูกต้องเลยค่ะ เงินของเขาเขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่ถ้าเขาเอาไปทำบุญยิ่งต้องอนุโมทนา
ตอบลบถูกต้องเลยค่ะ เงินของเขาเขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่ถ้าเขาเอาไปทำบุญยิ่งต้องอนุโมทนา
ตอบลบ