วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

เงินก็ของเขา ชีวิตก็ของเขา จะหนักใจแทนเขาทำไม ?

เราไม่ควรก้าวก่ายเรื่องการใช้จ่ายของคนอื่น หากการหาและการใช้ทรัพย์ของเขา ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาจะใช้เงินเพื่อทำบุญ ยิ่งไม่ควรห้าม




เพื่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอไปเบิกเงินสดจากธนาคารแล้วซื้อเป็นแคชเชียร์เช็คเพื่อนำไปทำบุญ ปรากฏว่าพนักงานธนาคารทำท่าไม่ค่อยเห็นด้วยว่า ทำไมต้องทำบุญมากเป็นหลักแสน

ซึ่งฉันฟังแล้วก็แปลกใจว่า เหตุใดพนักงานธนาคารท่านนั้นจึงต้องแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจทำบุญของลูกค้า เพราะเงินที่เบิกไปก็เป็นเงินของลูกค้า ไม่ใช่เงินของธนาคารหรือเงินของพนักงานแบงค์ แล้วก็เป็นเงินฝาก ไม่ใช่เงินกู้

จะว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารเป็นห่วง กลัวเงินของลูกค้าหมด ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะการเบิกเงินจำนวนนี้ ไม่ได้ทำให้เจ้าของเงินเดือดร้อน เธอยังมีเงินเหลือในบัญชีอีกมาก แล้วดอกเบี้ยเงินฝากสมัยนี้ก็น้อยเหลือเกิน เก็บไว้ในธนาคารก็ได้ดอกผลไม่เท่าไหร่

แล้วอีกอย่างหนึ่ง พอพนักงานธนาคารเห็นใครมีเงินฝากมาก ๆ ก็มักชอบชวนซื้อประกันกับธนาคารด้วยจำนวนเงินหลักแสนหลักล้าน โดยไม่ได้กลัวเงินฝากของลูกค้าจะหดหายไป

จึงคาดว่าพนักงานท่านนั้นไม่ได้ห่วงว่าเงินลูกค้าจะหมด แต่เป็นการมองเรื่องการทำบุญตามกระแส ที่ถูกคนคิดลบโจมตีว่าคนทำบุญมาก ๆ เป็นคนบ้าบุญ

ฉันเขียนเรื่องนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารนะคะ เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า เราควรเคารพสิทธิ์และการตัดสินใจของผู้อื่น

ไม่ควรไปตัดสินใจแทนใครว่า เขาควรใช้จ่ายทรัพย์ของเขาไปกับเรื่องใด หรือไม่ควรจ่ายเรื่องอะไร เพราะแต่ละคนมีความสุขในการใช้จ่ายต่างกัน ใครชอบแบบไหน ก็มักใช้เงินไปกับเรื่องนั้น

คนชอบเพชรก็หมดเงินไปกับเครื่องเพชร คนชอบรถก็ใช้เงินซื้อและแต่งรถ คนชอบเที่ยวก็จ่ายเงินให้กับการท่องเที่ยว คนชอบแต่งตัวก็หมดเงินไปกับเสื้อผ้าเครื่องประดับ คนชอบทำบุญก็ใช้เงินไปกับการทำบุญ

จะว่าไปแล้ว การใช้เงินทำบุญนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนมากกว่านำไปใช้อย่างอื่นซะอีก

อย่างเพื่อนรุ่นพี่ของฉันนำเงินไปทำบุญกับวัดที่เน้นการสอนและเผยแผ่ธรรมะ วัดก็นำปัจจัยที่เธอถวายไปใช้ในการเผยแผ่ธรรมะและปลูกฝังศีลธรรมลงไปในใจของประชาชน ทำให้มีคนดีเพิ่มมากขึ้น

หากคนในสังคมมีศีลธรรม ประเทศก็จะสงบสุขร่มเย็น ไม่มีภัยจากโจรผู้ร้ายคุกคาม ซึ่งทำให้ทุกคนในสังคม รวมทั้งพนักงานธนาคารท่านนั้นได้รับประโยชน์ด้วย

ดังนั้น เราจึงไม่ควรห้ามใครทำบุญ  ในทางตรงกันข้าม เราควรจะสนับสนุนให้คนทำบุญด้วยซ้ำ

ใครศรัทธาที่ไหนก็ไปทำบุญที่นั่น ใครชอบช่วยสาธารณประโยชน์ด้านไหนก็บริจาคด้านนั้น

แต่อย่าตัดสินและกล่าวหา คนที่เห็นต่างกับตนว่าเป็น “ผู้เห็นผิด”

...

หากใครหาเงินมาอย่างสุจริต
และใช้ไปอย่างถูกศีลธรรม

เขาย่อมมีสิทธิ์ใช้ทำอะไรก็ได้

คนอื่นไม่ควรก้าวก่าย
เงินก็ของเขา ชีวิตก็ของเขา
แล้วจะหนักใจแทนเขาทำไม

#ไม่ควรก้าวก่ายการตัดสินใจของคนอื่น
#เงินของใครคนนั้นก็มีสิทธิ์ใช้
#ควรสนับสนุนให้คนทำบุญ
#คิดต่างไม่ใช่คิดผิด
#ข้อคิด #พัฒนาตนเอง #ความสุข
#ชุลีพรช่วงรังษี #OhLifeStory

ขอให้โชคดีและมีความสุขนะคะ
ชุลีพร ช่วงรังษี
Line : @OhLifeStory 
Instagram : Oh_Life_Story

5 ความคิดเห็น:

  1. ทุกวันนี้ ความตระหนีครอบงำจิตใจคนมากขึ้น แม้ไม่ใช่เงินตัวเอง ยังเสียดายเงินแทนคนอื่นอีก แล้วชีวิตรอย่างนี้จะมีความสุขมั้ย.

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. โลกใบนี้...กับคนบางคน
      ซื้อรองเท้า คู่ละ 4 พัน .... ไม่เสียดาย
      ซื้อนาฬิกา เรือนละ 2 แสน .... ไม่เสียดาย
      ซื้อรถยนต์ คันละ 3 ล้าน .... ไม่เสียดาย
      ซื้อบ้าน หลังละ 20 ล้าน .... ไม่เสียดาย
      ไปเที่ยวต่างประเทศ ครั้งละ 2 แสน .... ไม่เสียดาย
      ไปงานแต่งงาน ใส่ซองครั้งละ 2 พัน .... ไม่เสียดาย
      ....แต่ทำบุญใส่ซอง 100 บาท .....เสียดาย !!
      ...ชีวิตเป็นของน้อย อย่า..ประมาทในการสั่งสมบุญ

      ลบ
  2. ถูกต้องเลยค่ะ เงินของเขาเขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่ถ้าเขาเอาไปทำบุญยิ่งต้องอนุโมทนา

    ตอบลบ
  3. ถูกต้องเลยค่ะ เงินของเขาเขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่ถ้าเขาเอาไปทำบุญยิ่งต้องอนุโมทนา

    ตอบลบ